รายงานวิจัย

โครงการศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการฝึกอบรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร

โครงการศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการฝึกอบรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาปัญหาตามบริบทปัจจุบันของการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร (2) ศึกษาความต้องการในการฝึกอบรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร และ (3) เสนอแนะรูปแบบและเนื้อหาการฝึกอบรมสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร

ผลการวิจัย พบว่า (1) ปัญหาเกี่ยวกับการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ได้แก่ นโยบายในการอบรมไม่ชัดเจน ขาดการวางแผนการอบรมที่เป็นระบบ ขาดงบประมาณ ขาดแคลนวิทยากรที่มีความรู้และประสบการณ์ ขาดแคลนตำราและเอกสารประกอบการฝึกอบรมที่ได้มาตรฐาน ขาดสถานที่ที่เหมาะสมที่จะใช้ในการอบรม ระยะเวลาในการฝึกอบรมไม่เหมาะสม เทคโนโลยีที่ใช้สอนไม่ทันสมัยไม่มีเวลาในการเข้ารับการอบรม ขาดการติดตามและประเมินผล เป็นต้น (2) ความต้องการในการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร แบ่งออกเป็น 1) ความต้องการขององค์การ ได้แก่ ต้องการให้ตำรวจจราจรมีความเป็นมืออาชีพ มีความชำนาญเฉพาะด้าน และการบังคับใช้กฎหมายแบบไม่เข้มงวดมากนัก 2) ความต้องการตามลักษณะงาน ได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับการจัดการจราจร การป้องกันอุบัติเหตุ การบังคับใช้กฎหมาย การรับเสด็จ เทคโนโลยีสมัยใหม่และเครื่องมือเครื่องใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ การให้บริการ และความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่น (3) ความต้องการส่วนบุคคล ได้แก่ ความรู้ภาษาต่างประเทศ กฎหมายจราจร คอมพิวเตอร์เบื้องต้น ความรู้เกี่ยวกับยานยนต์ วิศวกรรมจราจรเบื้องต้น จิตวิทยา การประชาสัมพันธ์ เทคนิคการตั้งด่าน การจัดการความเครียด กริยามารยาท การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ การถ่ายรูปและการเก็บหลักฐาน การวางแผนการใช้จ่ายเงิน สารอันตรายและสารเคมีต่างๆ (3) รูปแบบและเนื้อหาการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ควรมีรูปแบบ ดังต่อไปนี้สำหรับเนื้อหาของหลักสูตรฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ควรประกอบด้วย 2 ส่วน คือ องค์ความรู้ทางด้านวิชาชีพ ได้แก่ และจริยธรรมจริยธรรม

ข้อเสนอแนะจากการวิจัยต่อผู้เกี่ยวข้อง มีดังต่อไปนี้ 1. ควรสร้างความตระหนักแก่ผู้บริหารในเรื่องปัญหาการจราจรและปัญหาการฝึกอบรมของตำรวจจราจร 2. ควรสร้างนักวิชาการด้านการจราจร 3. ควรปรับปรุงระบบการเจริญเติบโตแบบไม่สายงานเป็นแบบสายงานจราจร 4. ควรพัฒนาคู่มือการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรตามตัวแบบที่ได้จากผลการศึกษา 5. ควรจ้างบุคลากรเอกชนประจำหน่วยฝึกอบรม 6. ควรนำเสนอผลการวิจัยนี้ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้รับทราบทิศทาง