เกี่ยวกับ ศวปถ.

รู้จักศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.)

โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ส่งเสริมให้เกิดการทำงานในลักษณะเครือข่ายขององค์กรต่างๆ เพื่อการป้องกันอุบัติเหตุ ทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน  และรวมถึงการสนับสนุนเครือข่ายที่มีอยู่แล้วให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

หน่วยจัดการความรู้เพื่อถนนปลอดภัย (จรป) เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อทำงานประสาน และสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนของสังคมไทยได้มาทำงานร่วมกัน โดยอาศัยการจัดการความรู้เป็นยุทธศาสตร์ ภายใต้แผนงาน 7 ประการ ได้แก่

  1. แผนงานจังหวัดต้นแบบ
  2. แผนงานพัฒนานโยบายสาธารณะ
  3. แผนงานพัฒนาเครื่องมือเชิงนโยบาย อันได้แก่ กฎหมาย ระบบการเงินการคลัง
  4. แผนงานวิจัย
  5. แผนงานพัฒนากลุ่มแกน
  6. แผนงานพัฒนาเครือข่ายประชาสังคม และ
  7. แผนงานพัฒนาระบบสารสนเทศ

คณะทำงานสนับสนุนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุทางถนนในจังหวัดนำร่อง (สอจร.) เป็นอีกโครงการหนึ่ง โดยมี คณะทำงาน หรือ ทีมพี่เลี้ยง หรือ ทีมสนับสนุนวิชาการ มาจากสหวิชาชีพ ได้แก่ ผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล นักวิชาการสาธารณสุข วิศวกร ตำรวจ นักประชาสัมพันธ์ นักวิชาการขนส่ง เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฯลฯ ที่สมัครใจ มีเวลา และศักยภาพในการกระตุ้น สนับสนุน และประสานงานให้เกิดการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ใน 26 จังหวัดนำร่อง โดย สสส. ได้ออกประกาศ ที่ 51/2548 และ ประกาศ สอจร.ที่ 1/2548 แต่งตั้งคณะทำงาน  โดยมี (1) นพ.สำเริง แหยงกระโทก เป็นประธานกรรมการ (2) นพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ และนพ.วิทยา ชาติบัญชาชัย เป็นรองประธานกรรมการ และมีกรรมการในภาคต่างๆ รวมคณะทำงาน 48 คน ได้ และได้ดำเนินการขยายงานเป็น 51 จังหวัดในโครงการระยะที่ 2 ซึ่งมี นพ.วิทยา ชาติบัญชาชัย ทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการ

ตัวอย่างที่สำคัญของการทำงานในลักษณะเครือข่ายที่ สสส. สนับสนุนคือ เครือข่ายลดอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนและอุบัติภัย พัฒนาขึ้นจากภาคีเครือข่ายสุขภาพที่รวมตัวกันทำงานร่วมกับ สสส. ในการแก้ไขปัญหาปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น เครือข่ายองค์กรงดเหล้า โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างพลังในการเคลื่อนไหวภาคประชาชนและสังคม สร้างความตระหนักและกระแสการเปลี่ยนแปลงนำไปสู่ความปลอดภัยในการเดินทาง

สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) ตั้งขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในปี  2549  และกำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงาน 4 ประการคือ

1. แสวงหาภาคีเครือข่ายแกนนำ สร้างความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน

2. พัฒนาแนวความคิดดื่มไม่ขับ ตั้งสติก่อนสตาร์ท แก้ไขพฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ

3. สร้างกระแสรณรงค์ ให้เกิดความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาในระดับชุมชนหรือท้องถิ่น

4. ผลักดันให้เกิดนโยบายสาธารณะ ร่างมาตรการเฝ้าระวังอุบัติเหตุทางถนน

ที่ผ่านมา สคอ. ได้ดำเนินกิจกรรมและระดมความร่วมมือจากองค์กรต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดกิจกรรมสร้างกระแสให้เกิดการรับรู้ในมุมกว้าง สร้างความร่วมมือการจัดกิจกรรมรณรงค์ในกลุ่มเสี่ยง พื้นที่เสี่ยง และในเทศกาลที่สำคัญ เพื่อให้เกิดการเฝ้าระวังและการป้องกันอุบัติเหตุอย่างเต็มที่ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

ภาคีเครือข่ายนโยบายสาธารณะเพื่อการลดอุบัติเหตุจราจร

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) ได้ดำเนินงานทางวิชาการในเรื่องอุบัติเหตุมาเป็นเวลานาน และดำเนินงานทางวิชาการอย่างเป็นรูปธรรมโดยการทำวิจัยในลักษณะสหสถาบันเพื่อการรณรงค์เมาไม่ขับ ตั้งแต่มกราคม 2543  โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์ไพบูลย์ สุริยะวงศ์ไพศาล และรองศาสตราจารย์นายแพทย์อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ เป็นนักวิจัยหลัก ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และงานอุบัติเหตุยังคงถือเป็นกิจกรรมหลักของ มสช. มาอย่างต่อเนื่อง

ภายใต้โครงการเครือข่ายวิจัยสุขภาพ ซึ่งสนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) มสช. ได้บริหารจัดการให้เกิดงานวิจัยเพื่อหาองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันอุบัติเหตุในด้านต่างๆ ได้แก่ การจัดการเรื่องรถโรงเรียนและการจัดการเส้นทางรถโรงเรียน การตรวจสภาพรถ การสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการออกแบบถนน รวมทั้งการสนับสนุนให้เกิดการประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบายการป้องกันอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลของรัฐบาล โดยประเมิน  2 เทศกาลคือ เทศกาลปีใหม่และเทศกาลสงกรานต์ ในปี 2546 โดยเทศกาลปีใหม่ ประเมิน ภาคเหนือ ที่ จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำปาง ภาคใต้ ที่ จังหวัดสงขลา และจังหวัดภูเก็ต ภาคกลาง ที่จังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดระยอง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดขอนแก่น  และเทศกาลสงกรานต์ ใน 3  จังหวัด ในทุกภาค ได้แก่ เชียงใหม่ ระยอง และสงขลา ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว ได้กระตุ้นให้เกิดความเคลื่อนไหวอย่างเป็นรูปธรรมในหน่วยงานที่รับผิดชอบและภาคีต่างๆ ได้เห็นถึงความสำคัญของการป้องกันอุบัติเหตุ และได้จัดกิจกรรมเพื่อเคลื่อนไหวในเชิงนโยบาย ได้แก่ การจัดเวทีนโยบายสาธารณะเรื่องความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียน เรื่องการตรวจสภาพรถ ในปี 2547

ในปี 2549 มสช. การพัฒนาภาคีนโยบายสาธารณะเรื่องอุบัติเหตุจราจร เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานภายใต้แผนงานพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี  (Healthy Public Policy Program) สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มสช. ร่วมกับเครือข่ายนักวิชาการ ได้ทำการรวบรวมและสังเคราะห์องค์ความรู้ และจัดกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะ เช่น โครงการการวิเคราะห์ทางเลือกเชิงนโยบายว่าด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อกำหนดให้เป็นวาระนโยบายในโอกาสการสัมมนาระดับชาติครั้งที่ 7 การจัดเวทีนโยบายสาธารณะเรื่อง "ทางเลือกในการกำหนดวาระแห่งชาติว่าด้วยการควบคุมและป้องกันอุบัติเหตุจราจรในวันที่ 1 มีนาคม 2549 โดยข้อสรุปที่ได้จากการประชุมดังกล่าวได้นำมาจัดทำเป็นคำประกาศข้อเสนอเชิงนโยบายที่ได้ประกาศในเวทีสัมมนาระดับชาติเรื่องอุบัติเหตุจราจร ครั้งที่ 7 ได้แก่

(1) เรื่องช่องทางเดินรถจักรยานยนต์

(2) เรื่องมาตรการในการควบคุมพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ

(3) เรื่องหลักสูตรการเรียนการสอน ของนักเรียน นักศึกษาทุกระดับชั้น

(4) เรื่ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับการดำเนินการเรื่องการป้องกันอุบัติเหตุจราจร

(5) เรื่องระบบขนส่งมวลชน และ

(6) องค์การความปลอดภัยทางถนนระดับชาติ

หลังจากการประชุมสัมมนาระดับชาติครั้งที่ 7 มสช. ยังคงประสานงานภาคีเครือข่ายนโยบายสาธารณะเพื่อการลดอุบัติเหตุจราจร เพื่อพัฒนางานวิชาการ และขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะใน 6 ประเด็นดังกล่าวต่อเนื่อง โดยได้จัดทำกิจกรรมต่างๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดประชุมเครือข่ายวิชาการประจำเดือน เดือนละ 1 ครั้ง เพื่อประเมินและกำหนดประเด็นเชิงนโยบายที่จะใช้เป็นประเด็นในการทำงานร่วมกัน ทำให้เกิดการวิเคราะห์ปัญหาและกำหนดปัญหาที่มีความสำคัญร่วมกัน เชื่อมโยงนักวิชาการ และผู้มีอำนาจตัดสินใจเชิงนโยบายเข้าด้วยกัน สามารถค้นคว้ารวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่อย่างกระจัดกระจาย ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ มาเป็นตัวอย่างในการนำเสนอ ทำให้ผู้ตัดสินใจทางนโยบายเห็นทางเลือก และตัดสินใจบนฐานของความรู้และข้อมูลที่เป็นจริง นอกจากนี้ ความรู้ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ยังสามารถสื่อสารไปในสังคมวงกว้าง เพื่อสร้างความรู้และความตระหนักแก่สังคม ให้เห็นถึงความสำคัญของปัญหาเรื่องอุบัติเหตุจราจร และความร่วมมือที่ภาคส่วนต่างๆ ต้องร่วมกันแก้ไข

โดยที่ผ่านมาภาคส่วนต่างๆ ที่ร่วมดำเนินงานในภาคีเครือข่ายนโยบายสาธารณะเพื่อการลดอุบัติเหตุจราจร ในกิจกรรมต่างๆ ของ มสช. ประสานงานอยู่ มีความหลากหลายและครอบคลุมในทุกหลายหน่วยงาน ได้แก่ แกนนำ สอจร. นักวิชาการจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการในมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัยอุบัติเหตุแห่งชาติ กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) กรมการขนส่งทางบก เครือข่ายลดอุบัติเหตุ มูลนิธิเมาไม่ขับ เครือข่ายเหยื่อจากอุบัติเหตุจราจร  สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ศูนย์นเรนทร กระทรวงสาธารณสุข กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบังคับการตำรวจจราจร กองบังคับการตำรวจทางหลวง สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (กระทรวงมหาดไทย) กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม  ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น

ประเด็นเนื้อหาที่ภาคีเครือข่ายนโยบายสาธารณะเพื่อการลดอุบัติเหตุจราจร ได้ประชุมร่วมกันและเลือกที่จะดำเนินการในลำดับต้นๆ และเห็นว่ายังคงเป็นประเด็นที่ต้องเคลื่อนไหวเพื่อให้เกิดความรู้ที่ชัดเจน และสร้างความตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวในสังคม ได้แก่ ความปลอดภัยรถรับส่งนักเรียน ความปลอดภัยในการเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ รถโดยสารสาธารณะ  ความปลอดภัยของคนเดินเท้า ปัญหาเหล่านี้ ล้วนเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกัน  ซึ่งต้องการ การดำเนินการต่อเนื่องระยะยาว และจำเป็นต้องการการผลักดันให้จัดตั้งองค์กรหรือหน่วยงานที่ จะทำหน้าที่ในการดำเนินการสนับสนุนทางวิชาการในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว ดังนั้น  ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) หรือ Road Safety Group Thailand (RSG) จึงถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ตั้งแต่เดือนกันยายน 2550 เป็นต้นมา

วัตถุประสงค์

1.  เพื่อนำข้อมูลความรู้ที่เกิดขึ้นไปใช้ประโยชน์เพื่อแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจรทางบก และส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยทางถนน ทั้งในระดับประเทศและท้องถิ่น

2.  เพื่อสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ ที่สามารถนำไปสู่การดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจรทางบก ด้านกฎหมาย รวมทั้งมาตรการต่างๆ ทั้งในระดับประเทศและท้องถิ่น

3.  เพื่อส่งเสริมให้สังคมได้รู้เท่าทันและมีความรู้ความเข้าใจ รวมทั้งตระหนักถึงปัญหาอุบัติเหตุจราจร และการสร้างความปลอดภัยทางถนน

4.  เพื่อสร้างเครือข่ายนักวิชาการด้านอุบัติเหตุจราจรและด้านความปลอดภัยทางถนน ในสาขาวิชาชีพต่างๆ ให้ครอบคลุมทุกประเด็นของปัญหาอุบัติเหตุจราจรทางบก ทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น

5.  เพื่อพัฒนาให้เกิดองค์กรประสานงานและเชื่อมโยงกับเครือข่ายต่างๆ

แผนยุทธศาสตร์ของ ศวปถ.

วิสัยทัศน์ คนไทยปลอดภัยจากอุบัติภัยทางถนน

ปรัชญา ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) นำความรู้สู่ถนนปลอดภัย

พันธกิจ พัฒนาความรู้ทางวิชาการและใช้ข้อมูลจากระบบข้อมูลอุบัติเหตุจราจรทางบกที่มีอยู่แล้วและสร้างขึ้นใหม่ เชื่อมประสานผู้เกี่ยวข้องเพื่อสร้างและใช้ความรู้และข้อมูลสำหรับการพัฒนานโยบาย และใช้ประโยชน์ในการป้องกันอุบัติเหตุจราจรทางบกทั้งในระดับชาติและในพื้นที่

ยุทธศาสตร์การทำงาน

1.  พัฒนาระบบข้อมูล สารสนเทศ : จัดการและเชื่อมโยงระบบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุจราจรทางบกของประเทศ รวมถึงพัฒนาระบบข้อมูลใหม่ที่จำเป็นสำหรับการวางแผน ให้สอดคล้องและเชื่อมประสานกันในระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น

2.  พัฒนากลไกการจัดการและสนับสนุนงานวิจัย : สนับสนุนการสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่จำเป็นต่อการพัฒนานโยบายสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความปลอดภัยทางถนน

3.  พัฒนาบุคลากร : ทบทวนและประเมินความต้องการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาสมรรถนะในการแก้ปัญหาอุบัติเหตุจราจรของบุคลากรที่เป็นแกนหลักและภาคีผู้เกี่ยวข้อง

4.  สื่อสารสาธารณะ : สนับสนุนการนำความรู้ที่เกิดขึ้นไปใช้ประโยชน์ในระดับต่างๆ ทั้งระดับนโยบาย ระดับปฏิบัติการ และเพื่อเพิ่มความรู้ของประชาชน

5.  พัฒนาเครือข่ายระดับพื้นที่ : สนับสนุนให้เกิดกลไกการขับเคลื่อนงานวิชาการในระดับพื้นที่ ร่วมกับภาคีหลัก