นายกฯ ห่วงอุบัติเหตุบนถนน สั่งบังคับใช้ กม.จริงจัง ไม่เลือกปฏิบัติ!

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2559 เวลา 17:47 น.

นายกฯ ห่วงอุบัติเหตุร้ายแรงบนท้องถนนที่เกิดบ่อยครั้ง มอบหมาย คค. สตช. บังคับใช้ กม.อย่างจริงจัง ไม่ละเลยหรือเลือกปฏิบัติ สร้างวัฒนธรรมการเคารพกฎหมาย พร้อมกำชับตรวจสอบมาตรฐานขนส่งสาธารณะ หลังเกิดเหตุขัดข้อง...

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 59 พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถิติอุบัติเหตุร้ายแรงบนท้องถนน และการฝ่าฝืนกฎหมายที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงในเรื่องดังกล่าว และต้องการให้แก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทบทวนมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหา และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อลดปริมาณการเกิดอุบัติเหตุ ลดจำนวนผู้เสียชีวิต บาดเจ็บหรือทุพพลภาพลงให้ได้

“ที่ผ่านมา รัฐบาลแต่ละยุคได้กำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาความไม่ปลอดภัยบนท้องถนน เช่น กำหนดให้ความปลอดภัยทางถนนเป็นวาระแห่งชาติ กำหนดให้ปี 2554–2563 เป็นทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน หรือรณรงค์ขับขี่รถปลอดภัยในช่วงเทศกาล แต่ก็ยังมีการเกิดอุบัติเหตุในการจราจรจำนวนมาก โดยในปี 58 องค์การอนามัยโลก ระบุว่า ไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน”

พลตรีสรรเสริญ กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีต้องการให้แก้ไขที่ต้นตอของปัญหา เพราะที่ผ่านมาปัญหาเกิดจากทั้งตัวผู้ขับขี่ ที่ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม และความย่อหย่อนของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย ที่ทำให้ปัญหายังคงวนเวียนอยู่ที่เดิม

“ท่านนายกฯ จึงได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคม สตช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยไม่ปล่อยปละละเลย เช่น หากพบผู้กระทำผิดต้องจับจริง ปรับจริง ยึดรถ หรือใบขับขี่ สร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมว่า ไม่มีการเลือกปฏิบัติ เพื่อให้ผู้ที่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎไม่กล้าทำผิดอีก ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยไปจนถึงเรื่องร้ายแรง พร้อมกับดึงประชาชนและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม เปิดช่องทางรับแจ้งข้อมูลและส่งเจ้าหน้าที่ไประงับเหตุอย่างทันท่วงที ส่วนการสอบเพื่อออกใบอนุญาต ยึด หรือคืนใบขับขี่ จะต้องดำเนินการอย่างเข้มข้น ตรงไปตรงมา เพื่อสร้างบรรทัดฐานให้สังคมยอมรับ

นอกจากนี้ จะต้องรณรงค์สร้างวัฒนธรรมแห่งการเคารพ และปฏิบัติตามกฎหมายให้เป็นวาระสำคัญ ต้องไม่ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ไม่ดื่มสุรา มีความรู้เรื่องกฎจราจร สวมหมวกนิรภัย มีสติ ฯลฯ หากผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามจะถูกลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และจะถูกลงโทษจากสังคมว่าเป็นบุคคลที่น่ารังเกียจ ไม่อาจยอมรับได้ เพราะเป็นต้นเหตุให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น และทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย

ขณะเดียวกัน ท่านนายกฯ ยังได้กำชับให้ คค. ตรวจสอบดูแลมาตรฐานการปฏิบัติงาน และความปลอดภัยของระบบโดยสารสาธารณะต่างๆ อย่างใกล้ชิดมากขึ้น ทั้งในด้านอุปกรณ์ คน และการบริหารงาน หลังจากเกิดเหตุขัดข้องกับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ รถไฟฟ้าบีทีเอส และเรือโดยสารในคลองแสนแสบ โดยให้คำนึงความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนเป็นอันดับแรก”

ที่มา :