สรุปเวทีเสวนา “มอไซค์วัยละอ่อน…ของขวัญหรือมัจจุราช”

สรุปเวทีเสวนา “มอไซค์วัยละอ่อน…ของขวัญหรือมัจจุราช”

วันอังคารที่ 16 ตุลาคม 2561 เวลา 10.00-12.00 น. นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการ    เพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) ได้เข้าร่วมเสวนาในหัวข้อ “มอไซค์วัยละอ่อน…ของขวัญหรือมัจจุราช” ร่วมกับครอบครัวที่สูญเสียลูกจากอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ กลุ่มแว้นจิตอาสาพัฒนาชุมชนทุ่งใสหัวใจยิ้ม และเครือข่ายสองล้อสีน้ำเงิน ณ โรงแรมเอบีน่าเฮ้าส์ วิภาวดี 64 กรุงเทพฯ จัดขึ้นโดยเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต  ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนปัญหาพฤติกรรมการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ของเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปี ผู้ปกครองกับการมีส่วนในการผลักดันให้ลูกเข้าใกล้อันตรายจากอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ และการสนับสนุนให้เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ เช่น

กลุ่มเครือข่ายสองล้อสีน้ำเงิน คุณปัณณวิชญ์ คงศิลป หรือ พี่หม่อง เล่าย้อนกลับไปว่า เริ่มขี่รถมอเตอร์ไซค์ตั้งแต่อายุ 15 ปี ตอนนั้นต้องเดินทางไปเรียนที่วิทยาลัยเทคนิค ซึ่งมีระยะทางห่างจากบ้าน 10 กว่ากิโลเมตร การเดินทางค่อนข้างลำบากเลยขอให้พ่อซื้อรถมอเตอร์ไซค์ให้ พอได้รถมาก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งเพราะเป็นคนขี่รถเร็ว บิดไม่ต่ำกว่า 200 กม./ชม. และมักจะรวมตัวกับเพื่อนขี่รถมอเตอร์ไซค์บนถนนเส้น    พุทธมณฑล โดยที่ไม่สวมหมวกกันน๊อค เวลาเกิดอุบัติเหตุก็มีคนพิการ เป็นอัมพาต เสียชีวิต เหตุผลที่ตอนนั้นไม่สวมหมวกกันน๊อคเพราะไม่มีการรณรงค์ ตำรวจไม่เข้มงวดเหมือนสมัยนี้ คนที่สวมหมวกกันน๊อคส่วนใหญ่จะเป็นคนวัยทำงาน ขี่รถคันใหญ่จึงจะสวม พี่หม่องมาขี่รถบิ๊กไบค์เพราะเป็นความใฝ่ฝัน กว่าจะได้กลับมาขี่รถต้องใช้เวลา 10 กว่าปี ในการเก็บเงินซื้อรถมอเตอร์ไซค์ฮาร์เลย์ แม้คนในครอบครัวจะค่อนข้างเป็นห่วง แต่ตัวพี่หม่องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก      

นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ได้ชี้ให้เห็นว่า เรื่องเด็กกับอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์มีหลากหลายมิติรถมอเตอร์ไซค์ไม่ใช่แค่ยานพาหนะแต่เป็นสินค้าทางวัฒนธรรม เป็นวัตถุแห่งความปรารถนา เป็นความใฝ่ฝันของใครหลายคนดังเช่นคุณปัณณวิชญ์ได้เล่าให้ฟัง ย้อนกลับมาที่ตัวเลขสถิติการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ ในแต่ละปีมีเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี เสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 822 คน กลุ่มอายุ   15-19 ปี เป็นกลุ่มที่เสียชีวิตสูงสุด เฉลี่ยปีละ    1,688 ราย รวม 2,510 ราย เทียบเท่าโรงเรียนขนาดใหญ่                                                                             

บทเรียนของคุณกลีบจันทร์ คุณแม่ของน้องธีร์ สะท้อนให้เห็น 2 ประเด็นสำคัญ

ประเด็นที่ 1 เด็กจะนำเรื่องการเรียนให้ได้เกรดดี การไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดมาเป็นข้อแลกเปลี่ยนให้พ่อแม่ซื้อรถมอเตอร์ไซค์ให้

ประเด็นที่ 2 สภาพสังคมเป็นปัจจัยกำหนดพฤติกรรมของเด็กและเป็นประเด็นที่ใช้โน้มน้าวพ่อแม่ เช่น  เรียนรู้การขับขี่รถจากคนใกล้ตัวหรือกลุ่มเพื่อน รวมกลุ่มแข่งรถ ดัดแปลงสภาพรถให้เร็วแรง ใช้ข้ออ้างว่าเพื่อนทุกคนมีรถมอเตอร์ไซค์เป็นข้อต่อรองกับพ่อแม่ ขณะเดียวกันการที่คนในชุมชนจะลุกมาเตือนกันทำได้ยากเพราะเรื่องเหล่านี้มีสิ่งที่เรียกว่า “ความเสี่ยงทางสังคม” (Social Risk) หมายถึง หากใครลุกขึ้นมาเตือนจะถูกหาว่ามายุ่งเรื่องส่วนตัว เสี่ยงต่อการเสียความสัมพันธ์ ทำให้ชุมชนและสังคมมีข้อจำกัดต่อเรื่องนี้ ในขณะที่พฤติกรรมถูกจำกัดด้วยสภาพแวดล้อม ระบบที่เกี่ยวข้อง หากจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอะไรสักอย่าง การเปลี่ยนรายบุคคลทำได้ยาก หลักการคือต้องเปลี่ยนแปลงสังคม

รายละเอียดอื่นๆ สามารถดาวโหลดได้ตามเอกสารแนบด้านล่างนี้ครับ

Recent Post

สรุปเวทีเสวนา “มอไซค์วัยละอ่อน…ของขวัญหรือมัจจุราช”

สรุปเวทีเสวนา “มอไซค์วัยละอ่อน…ของขวัญหรือมัจจุราช” 555

การพัฒนาการของเด็กกับความปลอดภัยในการใช้รถจักรยานยนต์

การพัฒนาการของเด็กกับความปลอดภัยในการใช้รถจักรยานยนต์555

โครงการจัดทำชุดความรู้การบาดเจ็บจากการใช้รถจักรยานยนต์ในเด็ก ภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้

โครงการจัดทำชุดความรู้การบาดเจ็บจากการใช้รถจักรยานยนต์ในเด็ก ภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ 555